หลังคากันสาดเซ็นเตอร์
  • หน้าแรก
    • เกี่ยวกับเรา
    • โปรโมชั่นพิเศษ
  • สินค้า
    • กันสาดดีไลท์
      • ลอนฟูจิ
      • ลอนคลื่น
      • ลอนเรียบ 2 in 1
      • ลอนเรียบ
    • กันสาดแอมเพอแรม
      • แอมเกรซ
      • แอมพาว
    • กันสาดโปร่งแสง PolySky
    • หลังคาชินโคไลท์
    • หลังคาไวนิล
    • หลังคาโพลีคาร์บอเนต ตัน
    • หลังคาเมทัลชีท
  • เปรียบเทียบสินค้า
  • ข้อควรรู้กันสาด
  • ออกแบบกันสาด
  • คำนวณราคา
  • ผลงาน
    • กันสาดที่จอดรถ
    • กันสาดหน้าบ้าน
    • กันสาดข้างบ้าน
    • กันสาดหลังบ้าน
    • กันสาดทางเดิน
    • กันสาดลานอเนกประสงค์
    • รีวิวความประทับใจ
  • ติดต่อเรา
ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
หน้าหลัก / ข้อควรรู้กันสาด / เลือกรางน้ำฝนที่เหมาะสมกับการรับน้ำ

เลือกรางน้ำฝนที่เหมาะสมกับการรับน้ำ

เลือกรางน้ำฝนที่เหมาะสมกับการรับน้ำ



เทคนิคการเลือก "รางน้ำฝน" ที่เหมาะสมกับการรับน้ำ ปกป้องบ้านคุณอย่างถูกวิธี

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน สิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านหลายคนมักมองข้ามแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างบ้านก็คือ "รางน้ำฝน" การติดตั้งรางน้ำฝนไม่ได้มีประโยชน์แค่ป้องกันไม่ให้น้ำฝนตกรดใส่บ้านข้างเคียงเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาน้ำฝนกัดเซาะชายคา ดินบริเวณฐานรากบ้าน ตลอดจนปัญหาน้ำกระเซ็นใส่ผนังบ้านจนเกิดคราบรอยดำและเชื้อรา

  • อย่างไรก็ตาม การ เลือกรางน้ำฝน ไม่ใช่แค่มองหาวัสดุที่สวยงาม แต่ต้องคำนวณและพิจารณาถึงความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันปัญหารางน้ำล้นล้นทะลักล้นเข้าตัวบ้าน

1. คำนวณขนาดรางน้ำฝนให้สัมพันธ์กับพื้นที่หลังคา

หัวใจสำคัญของการ เลือกรางน้ำฝน คือความสามารถในการระบายน้ำ การเลือกขนาดรางน้ำฝนที่เล็กเกินไปจะทำให้ระบายน้ำไม่ทันเมื่อเจอฝนตกหนัก โดยทั่วไปมีหลักการพิจารณาเบื้องต้นดังนี้:

  • พื้นที่หลังคาขนาดเล็ก (ไม่เกิน 50 ตารางเมตร): สามารถเลือกใช้รางน้ำฝนขนาดปากกว้าง 4-5 นิ้ว เหมาะสำหรับหลังคากันสาด หลังคาโรงรถ หรือหลังคาต่อเติมขนาดเล็ก

  • พื้นที่หลังคาขนาดกลางถึงใหญ่ (50-100 ตารางเมตรขึ้นไป): ควรเลือกใช้รางน้ำฝนขนาดปากกว้าง 5-6 นิ้วขึ้นไป เพื่อเพิ่มความกว้างและปริมาณการกักเก็บน้ำในขณะฝนตกหนัก

  • ตำแหน่งและจำนวนท่อน้ำทิ้ง (Downspout): นอกจากขนาดปากรางน้ำแล้ว ตำแหน่งของท่อระบายน้ำทิ้งก็สำคัญ ควรติดตั้งท่อระบายน้ำทิ้งอย่างน้อย 1 จุด ต่อความยาวรางน้ำฝนประมาณ 10-12 เมตร เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็ว

2. เลือกวัสดุรางน้ำฝนที่ตอบโจทย์ความทนทานและการใช้งาน

ปัจจุบัน รางน้ำฝนบ้าน มีวัสดุให้เลือกหลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีจุดเด่น ข้อจำกัด และราคาแตกต่างกัน ดังนี้:

• รางน้ำฝนไวนิล (Vinyl / uPVC)

รางน้ำฝนไวนิลกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน เนื่องจากมีดีไซน์ที่สวยงาม เรียบหรู เข้ากับบ้านสไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว

  • ข้อดี: ไม่เป็นสนิมตลอดอายุการใช้งาน ผิวเรียบลื่นทำให้น้ำไหลผ่านสะดวก ลดการเกาะตัวของเศษใบไม้ น้ำหนักเบา ทนทานต่อสภาวะอากาศ และช่วยลดเสียงดังเวลาฝนตก

  • ข้อควรพิจารณา: ราคาสูงกว่ารางน้ำฝนสังกะสีหรือสแตนเลสเกรดทั่วไป

• รางน้ำฝนสแตนเลส (Stainless Steel)

วัสดุยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการอายุการใช้งานยาวนาน

  • ข้อดี: มีความแข็งแรงสูง ทนต่อการกัดกร่อน ไม่เป็นสนิมง่าย (หากเลือกใช้สแตนเลสเกรด 304) และสามารถรองรับน้ำหนักน้ำฝนได้ดีมาก

  • ข้อควรพิจารณา: งานเชื่อมต่อต้องทำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ และอาจเห็นรอยเชื่อมต่อหากงานไม่ประณีต

• รางน้ำฝนอลูมิเนียม (Aluminum)

อีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับบ้านสมัยใหม่ มีคุณสมบัติเด่นที่ไม่มีรอยต่อ (Seamless Gutter)

  • ข้อดี: ไร้รอยต่อช่วยลดปัญหารั่วซึมได้เป็นอย่างดี น้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม และมีสีสันให้เลือกหลากหลายตามสไตล์ของบ้าน

  • ข้อควรพิจารณา: ราคาสูงกว่าวัสดุประเภทอื่น และต้องติดตั้งโดยทีมช่างเฉพาะทาง

เลือก“รางน้ำฝน”ที่เหมาะสมกับการรับน้ำ

 

3. ดีไซน์และการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน

นอกจากการเลือกขนาดและวัสดุแล้ว การติดตั้งรางน้ำฝน อย่างถูกวิธีถือเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม:

  1. ระดับความสโลป (Slope): การติดตั้งรางน้ำฝนต้องมีความลาดเอียงที่เหมาะสม (ประมาณ 1 เซนติเมตร ต่อความยาว 2-3 เมตร) เพื่อให้น้ำฝนไหลลงสู่ท่อระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว ไม่เกิดน้ำขังในราง

  2. การซ่อนรางน้ำฝน (Hidden Gutter): สำหรับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ต้องการความเรียบร้อย สามารถเลือกใช้ระบบกันสาดซ้อนรางน้ำฝน หรือการทำกล่องพรางรางน้ำฝน เพื่อคงความสวยงามของดีไซน์บ้าน

  3. การดูแลรักษาและติดตั้งตะแกรงกันใบไม้: ควรติดตั้งตะแกรงป้องกันเศษใบไม้เพื่อลดการอุดตันในรางน้ำ และควรทำความสะอาดรางน้ำฝนอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้งก่อนเข้าฤดูฝน

สรุป: เลือกรางน้ำฝนอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด?

การเลือกรางน้ำฝนที่เหมาะสมกับการรับน้ำ ไม่เพียงแต่คำนึงถึงความสวยงามภายนอก แต่ต้องคำนวณขนาดพื้นที่หลังคา ปริมาณการระบายน้ำ และเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงเพื่อการใช้งานระยะยาว

หากคุณกำลังมองหาบริการติดตั้งกันสาดพร้อมระบบรางน้ำฝนที่ได้มาตรฐาน Kansadcenter พร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบ และติดตั้งโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ เลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง ตอบโจทย์ทุกสไตล์บ้าน และช่วยปกป้องบ้านของคุณจากฤดูกาลต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ

หากคุณกำลังวางแผนต่อเติมกันสาดเพื่อให้บ้านของคุณทั้งสวยงาม คุ้มค่า และตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ Line:@kansadcenter โทร 02-312-4300, 02-103-4490, 089-766-9055 

บทความ

แก้ปัญหาบ้านอับทึบรวมข้อดีของกันสาดโปร่งแสง เลือกแบบไหนดี

แก้ปัญหาบ้านอับทึบรวมข้อดีของกันสาดโปร่งแสง เลือกแบบไหนดี

กันสาดคุณภาพดีแค่ไหนต้องดูยาวๆ

กันสาดคุณภาพดีแค่ไหนต้องดูยาวๆ

ทำความรู้จักกันสาด ซ้อนรางน้ำฝน นวัตกรรมดีไซน์เพื่อบ้านสวย

ทำความรู้จักกันสาด ซ้อนรางน้ำฝน นวัตกรรมดีไซน์เพื่อบ้านสวย

ทำไมแฟลชชิ่งกันสาดถึงเป็นฮีโร่ตัวจริงที่คนทำกันสาดห้ามมองข้าม

ทำไมแฟลชชิ่งกันสาดถึงเป็นฮีโร่ตัวจริงที่คนทำกันสาดห้ามมองข้าม

เตรียมบ้านพร้อมรับมือหน้าฝนด้วยกันสาดกันฝนกับบริเวณต่างๆของบ้าน

เตรียมบ้านพร้อมรับมือหน้าฝนด้วยกันสาดกันฝนกับบริเวณต่างๆของบ้าน

Copyright. 2021 Kansadcenter.com, LLC. All Rights Reserved.